|
ก้าวแรกของสิ่งที่จะกลายเป็นหนึ่งในบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกในเวลาต่อมาเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2434 เกิดขึ้นเมื่อ มร.แอนทอน และเจอราร์ด ฟิลิปส์ก่อตั้ง Philips & Co. ขึ้น ณ เมืองไอนด์โฮเวน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ฟิลิปส์ได้เริ่มต้นด้วยการผลิตหลอดไส้ และหลังจากนั้นได้กลายเป็นหนึ่งผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในยุโรป ในปี พ.ศ. 2453 ฟิลิปส์มีพนักงาน 2,000 คน นับเป็นบริษัทนายจ้างแห่งเดียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์
จากการปฎิวัติอุตสาหกรรมในทวีปยุโรป ในปี พ.ศ.2457 บริษัทได้ก่อตั้งห้องทดลองวิจัยและได้นำสเนอนวัตกรรมสำหรับเทคโนโลยี X-ray และคลื่นวิทยุ โดย ได้นำเสนอนวัตกรรมอีกมากมายที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาชีวิตของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น
|
|
พ.ศ.2434-2458 จากการปฏิวัติแสงสว่างมาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ |
|
 ฟิลิปส์เริ่มต้นด้วยการผลิตหลอดใส้ และหลังจากทศวรรษที่เริ่มต้น ฟิลิปส์กลายเป็นหนึ่งผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในยุโรป หลังจากการพัฒนาเทคโนโลยีแสงสว่างที่ได้รับการสนับสนุนจากโปรแกรมการขยายธุรกิจที่ต่อเนื่องในปี พ.ศ.2457 บริษัทได้ก่อตั้งห้องทดลอเพื่อศึกษาปรากฏการณ์ทางเคมีและกายภาพเพื่อผลักดันนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์
|
|
พ.ศ. 2458 - 2468 นวัตกรรมและความหลากหลาย: เอ็กซเรย์และการรับคลื่นวิทยุ |
|

ในปีพ.ศ. 2461 ฟิลิปส์แนะนำหลอดเอ็กซ์เรย์ด้านการแพทย์นับเป็นการเริ่มต้นในการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภํณฑ์ให้มากยิ่งขึ้น และได้เริ่มที่จะจดลิขสิทธิ์ผลิตภัณฑ์รวมถึง X-ray radiation จนถึง Radio reception
|
|
พ.ศ. 2468 - 2483 การแนะนำโทรทัศน์ครั้งแรกและเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า |
|
 ใน พ.ศ. 2468 ฟิลิปส์ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทดลองโทรทัศน์ตั้งแต่ยุคแรก และในปีพ.ศ. 2470 บริษัทเริ่มผลิตวิทยุ และภายใน พ.ศ. 2475 มียอดขายวิทยุรวมกว่าหนึ่งล้านเครื่องและฟิลิปส์กลายเป็นบริษัทที่เป็นผู้ผลิตวิทยุรายใหญ่ที่สุดของโลก และในปี 2476 ฟิลิปส์ผลิตวิทยุ valve ครบ 100 ล้านเครื่อง และ เริ่มที่จะผลิต medical X-ray equipment ในสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 2482 ฟิลิปส์ได้วางตลาดเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าเครื่องแรกซึ่งในช่วงเวลานั้นบริษัทมีพนักงานกว่า 45,000 คน ทั่วโลก
|
|
พ.ศ. 2483 - 2513 ความก้าวล้ำในการพัฒนาเทคโนโลยี : การแนะนำวิทยุคาสเซ็ทแบบพกพา |
|
 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วง พ.ศ. 2483 -2493 โดยศูนย์วิจัยฟิลิปส์ประสบความสำเร็จในการประดิษฐ์หัวโรตารีอันนำไปสู่การพัฒนาเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า Philishave และต่อมาเป็นการพัฒนาสู่ พื้นฐานของทรานซิสเตอร์และไอซี บริษัทได้มุ่งมั่นทุมเทให้กับการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องฟิลิปส์ยังมีส่วนในการพัฒนาการบันทึก การส่งสัญญาณ์ และการผลิตโทรทัศน์ ในปี 2506 ฟิลิปส์ได้วางตลาด Compact Audio Cassette และในปี พ.ศ. 2508 ฟิลิปส์ได้ผลิตไอซีขึ้นเป็นครั้งแรก
|
|
พ.ศ. 2513 - 2523 การพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องสำหรับการสร้างภาพ เสียง และข้อมูล |
|

ผลิตภัณฑ์และแนวความคิดใหม่ ๆ ทะยอยออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงพ.ศ. 2513 งานวิจัยด้านแสงสว่างนำ ไปสู่หลอดประหยัดไฟ PL และ SL ใหม่ ความก้าวหน้าที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ การประมวลผล การจัดเก็บ ข้อมูลและการส่งสัญญาณภาพ เสียง และข้อมูลซึ่งฟิลิปส์รีเสิร์ชได้รังสรรค์ความก้าวหน้า ที่สำคัญอันนำไปสู่การประดิษฐ์จานแสง LaserVision คอมแพคดิสก์และระบบโทรคมนาคมใยแสง ในปี พ.ศ. 2517 ฟิลิปส์ได้ซื้อกิจการของแม็กนาวอกซ์ และ ซิกเนติกส์ ในปี พ.ศ. 2518 ในสหรัฐอเมริกา
|
|
พ.ศ. 2523-2533 เทคโนโลยีล้ำสมัย: การแนะนำ Compact Disc |
|
 ในปี พ.ศ. 2526 ฟิลิปส์นำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย นั่นคือ Compact Disc
นอกจากนั้น แล้ว เหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ ในช่วงเวลานี้คือการผลิตเครื่องรับโทรทัศน์ฟิลิปส์ครบ 100 ล้านเครื่องในปี พ.ศ. 2527 และในปีพ.ศ. 2523 ฟิลิปส์ได้ทำการขยายธุรกิจโดยเข้าซื้อกิจการธุรกิจโทรทัศน์ ของบริษัท GTE Sylvanias และธุรกิจหลอดไฟของบริษัท Westinghouse
|
|
พ.ศ.2533 – 2543 การเปลี่ยนแปลงและประสบความสำเร็จ: การแนะนำเครื่องเล่นดีวีดี |
|
 พ.ศ. 2533 เป็นทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของฟิลิปส์ บริษัทมีการปรับปรุงโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อให้กลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง และผลของความสำเร็จของธุรกิจฟิลิปส์จะเห็นได้จาก การผลิตเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า Philishave ครบ 300 ล้านเครื่อง นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2540 ฟิลิปส์ได้ร่วมมือกับโซนี่ในการแนะนำนวัตกรรมใหม่คือ เครื่องเล่นดีวีดี ที่ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่มีการเติบโตสูง
|
|
ศตวรรษที่ 21: ฟิลิปส์ในปัจจุบัน21st Century: Philips Today |
|
 ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ฟิลิปส์มีการเปลี่ยนแปลงและเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากผู้บริโภคจะรู้จักฟิลิปส์ในผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ ฟิลิปส์ยังคงมุ่งเน้นที่จะสร้างภาพลักษณ์ให้ผู้บริโภคตระหนักถึงฟิลิปส์เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นในธูรกิจด้าการดูแลสุขภาพ (Healthcare) ชีวิตที่มีสไตล์ (Lifestyle) และ เทคโนโลยี (Technology) จากปี 2547 ฟิลิปส์ได้ทุ่มแคมเปญโฆษณาใหม่สำหรัการเปิดตัวคำมั่นสัญญาของแบรนด์ "Sense and Simplicity" เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟิลิปส์ที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภคด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ใช้งานง่ายและออกแบบมาเพื่อสนองความต้องการผู้บริโภค
|
|
ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 ฟิลิปส์ขายหุ้นจำนวน 80.1 % ในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ให้กับพันธมิตรธุรกิจ ก่อตั้งเป็นบริษัท NXP ขึ้น ซึ่งเป็นบริษัทที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 50 ปี ที่ได้พัฒนานวัตกรรมให้กับฟิลิปส์ การขายหุ้นครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการทำธุรกิจของฟิลิปส์จากธุรกิจที่มีความผันผวนมาเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นในเรื่องของแอพพลิเคชั่นเป็นหลัก มุ่งเน้นในการพัฒนานวัตกรรมและยึดมั่นในคำมั่นสัญญาของแบรนด์ sense and simplicity”
|
|
ในเดือน กันยายน 2550 ฟิลิปส์ได้ประกาศแผนกลยุทธ์ Vision 2010 เพื่อสร้างเติบโตและเพิ่มผลกำไรให้กับบริษัท นอกจากนี้ ฟิลิปส์ได้ปรับโครงสร้างองค์กรก่อตั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มธุรกิจเพื่อการแพทย์และการดูแลสุขภาพ (healthcare) กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง (Lighting) และกลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ไลฟ์สไตล์ (Consumer Lifestyle) การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะทำให้ฟิลิปส์สามารถเป็นบริษัทที่ผู้นำตลาดและเน้นความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก และจากแนวนโยบายการดำเนินธุรกิจ ฟิลิปส์มุ่งมั่นที่จะสร้างความเป็นผู้นำในธุรกิจเพื่อการมีสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี (Health and well-being)
|
|